เกี่ยวกับเรา


 

โรงรับจำนำของรัฐ ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ.2498 ในสมัย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

  • ปี พ.ศ. 2500 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานธนานุเคราะห์” การดำเนินงานระยะแรก มีฐานะเป็นหน่วยงานราชการ สังกัดแผนกธนานุเคราะห์ กองสวัสดิการสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย
  • ปี พ.ศ. 2517 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยคณะที่ปรึกษาฝ่ายบริหารราชการ แผ่นดินจากการเป็นหน่วยงานของทางราชการเปลี่ยนสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัด กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยใช้ชื่อว่า “สำนักงานธนานุเคราะห์”
  • ปี พ.ศ. 2536 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน และเงินงบประมาณของกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ไปเป็น ของกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ตามประกาศ พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2536 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 110 ตอนที่ 99 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2536
  • ปี พ.ศ. 2545 ได้มีการโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน พนักงาน ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม ในส่วนของสำนักงานธนานุเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ มาเป็น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ 102 ก ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2545

ปัจจุบัน สำนักงานธนานุเคราะห์มีสถานธนานุเคราะห์ทั้งหมด 34 แห่ง ตั้งอยู่ ในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 29 แห่ง ปริมณฑล 4 แห่ง คือ จังหวัด นนทบุรี และ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 1 แห่ง คือ จ.ระยอง

 

วัตถุประสงค์การจัดตั้ง

  1. >เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าขาดเคลนเงินใช้ในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ โดยนำทรัพย์สินมาจำนำเสียดอกเบี้ยในอัตราต่ำ
  2. เพื่อเป็นการตรึงระดับอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ มิให้โรงรับจำนำเอกชนเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากประชาชนผู้ใช้บริการเกินอัตราที่กฎหมาย(พระราชบัญญัติโรงรับจำนำ)กำหนด

 

การควบคุมและบริหารงาน

สำนักงานะนานุเคราะห์ควบคุมและบริหารงานโดยคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ มีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 7 คน และไม่เกิน 11 คน โดยมีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นรองประธานกรรมการผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ และผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เลขานุการคณะกรรมการให้แต่งตั้งจากกรรมการ คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์มีอำนาจและหน้าที่ในการวางนโยบายควบคุมดูแลโดยทั่วไปกำหนดระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ในการปฏิบัติงานของสำนักงานธนานุเคราะห์

 

การรับจำนำ

คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ได้กำหนดวงเงินรับจำนำให้สถานธนานุเคราะห์ทุกแห่งถือปฏิบัติดังนี้

  1. การรับจำนำสิ่งของประเภททอง นาก เพชร ที่เป็นรูปพรรณและเครื่องเงิน รายละไม่เกิน 60,000 บาท
  2. การรับจำนำสิ่งของประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา แว่นตา เครื่องเขียน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ฯลฯ รายละไม่เกิน 20,000 บาท เมื่อรวมกันทุกรายการแล้วไม่เกินวงเงิน 500,000 บาท ต่อหนึ่งรายต่อหนึ่งวันผู้ใช้บริการสามารถขอผ่อนเงินต้นได้และขอเพิ่มเงินต้นได้ หากทรัพย์จำนำนั้นมีมูลค่าสูงพอที่จะประเมินราคารับจำนำได้

 

กำหนดระยะเวลาของทรัพย์จำนำ

สำนักงานธนานุเคราะห์ได้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาทรัพย์จำนำของผู้ใช้บริการในแต่ละรายไว้เป็นเวลา 4 เดือน 30 วัน หรือประมาณ 5 เดือน ถ้าหากผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเวลากว่า 4 เดือน และไม่ไถ่ถอนคืนภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่สถานธนานุเคราะห์ประกาศบัญชีทรัพย์จำนำที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ย ทรัพย์จำนำนั้นก็หลุดเป็นสิทธิของสถานธนานุเคราะห์

 

การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ

ทรัพย์หลุดจำนำของสถานธนานุเคราะห์ทุกแห่ง สำนักงานธนานุเคราะห์จะนำออกประมูลจำหน่ายด้วยวาจาแก่ประชาชนทั่วไป ณ อาคารสำนักงานธนานุเคราะห์(อาคาร 8) ชั้น 1 บริเวณกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการถนนกรุงเกษม แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยจะทำการประมูลทรัพย์หลุดจำนำทุกวันทำการ(วันจันทร์ - วันศุกร์) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป